บ้านจุฑามณี รีสอร์ท

คุณต๊ะ 085-7323264

063-265-4698

 
  หน้าแรก ::

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
สถานที่ท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาค้อ :

เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวม ของกลุ่มภูเขาน้อยใหญ่ ที่ทอดตัวเรียงราย สลับกันในภาคเหนือตอนล่าง เป็นที่ตั้งของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่บนภูเขา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
เนื่องจากมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี แม้แต่ในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี เพียง 18-25 องศาเซลเซียสเท่านั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้ได้มาพักผ่อน โดยยอดเขาสูงหลายแห่งที่น่าสนใจ
เช่นเขาย่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเขาค้อ มีความสูง 1,290 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยอดเขาผาซ่อนแก้วมีความสูงมากกว่า 1,300 เมตร ส่วนยอดเขาค้อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ เขาค้อ มีความสูง 1,174 เมตร สภาพอากาศบนเขาค้อจึงค่อนข้างเย็น และเย็นจัดในฤดูหนาว และยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่สวยมากแห่งหนึ่งที่
ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก

ชื่อเขาค้อ มีที่มาจาก ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก ซึ่งโดยปกติต้นค้อจะขึ้นในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น ป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ
พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง  จุดเด่นของเขาค้อ คือการเที่ยวชมทะเลหมอกในฤดูฝน
และฤดูหนาว ซึ่งอยู่บริเวณจุดชมวิวเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ใกล้กับสถานที่สำคัญทางราชการหลายแห่ง ในอำเภอเขาค้อ  นอกจากจะมีความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญอย่างยิ่ง
ทางประวัติศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่ทางราชการ ใช้ในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต ก่อนที่ผกค. จะแพ้พ่าย และสูญหายไปจากประเทศไทย
ซึ่งสถานที่สำคัญหลายแห่งบนเขาค้อ ยังปรากฎหลักฐานเหล่านี้อยู่จำนวนมาก

สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อ

ชมทะเลหมอก ทะเลหมอกบนเขาค้อเกิดขึ้นบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ทำให้สามารถชมวิวทะเลหมอกได้เป็นบริเวณกว้าง จุดหลักของการชมทะเลหมอก คือริมเส้นทางสาย 2196
บริเวณตรงข้ามที่ทำการอำเภอเขาค้อ ซึ่งมีศาลาชมวิว สถานที่ราชการ และจุดกางเต็นท์สำหรับพักแรมของหน่วยงานราชการ และรีสอร์ทเอกชนจำนวนมาก ไว้รองรับนักท่องเที่ยว
ทะเลหมอกมักเกิดในฤดูฝน และฤดูหนาว ในวันที่อากาศมีความชื้นสูง หรือวันที่มีอากาศหนาวเย็น ซึ่งปกติสามารถชมทะเลหมอกได้ในวันที่ไม่มีลมแรง ส่วนวันที่มีลมแรง มักไม่มีทะเลหมอก
แต่จะได้อากาศเย็นสดชื่นจากสายลมมาแทน

วัดพระธาตุผาแก้ว เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ และกำลังก่อสร้างเพิ่มเติม ตั้งอยู่ในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน บนเชิงเขาผาซ่อนแก้ว ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่มีความสวยงามวิจิตรตระการตา
เนื่องจากนำศิลปะหลายแขนงมาผนวกเข้ากับการก่อสร้างในเชิงพระพุทธศาสนา และมีที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาสูง ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบด้านได้ 360 องศา กลายเป็นความสวยงามท
ี่รวมเข้าไว้ด้วยกันทั้งในทางธรรม และในทางธรรมชาติ


 ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ) อยู่เลยกิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 2196 (ไปเล็กน้อย แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดหนึ่งที่เห็นทิวทัศน์สวยงาม
และเคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้อ มีห้องบรรยายสรุปแก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน
ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ อยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นท
ี่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 โดยสร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง 24 เมตร หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ
ทหารในปี พ.ศ. 2524 ผนังภายในบันทึกประวัติอนุสรณ์สถานและรายชื่อวีรชนผู้เสียสละไว้ด้วย การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย มีทางแยกขวาไป
เส้นทางหมายเลข 2323 ประมาณ 3 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนยอดเขาค้อ ติดกับสำนักสงฆ์วิชมัยปุญญาราม ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เจดีย์แห่งนี้ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้นเพื่อ
ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชาจะมีประชาชนเดินทางมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ทำพิธีเวียนเทียนเป็นประจำ

หอสมุดนานาชาติเขาค้อ
ตั้งอยู่ที่เดียวกับเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ เป็นหอสมุดขนาดใหญ่ออกแบบเป็นรูปเพชรคว่ำ สร้างด้วยกระจกสะท้อนแสง ภายในเก็บรักษาหนังสือทั้งภาษาไทยและ ภาษาต่างประเทศ ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีการจัดงาน “วันนัดพบเอกอัครราชทูต ณ เขาค้อ”โดยเชิญเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ มาร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด

เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ 
ตั้งอยู่บนยอดเขาติดกับหอสมุดนานาชาติเขาค้อ บ้านกองเนียม หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค้อ ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เจดีย์แห่งนี้ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองราชย์ 50 ปี และเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชน ในวันสำคัญทางศาสนาจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา เช่น พิธีเวียนเทียน

อนุสาวรีย์จีนฮ่อ 
เป็นอนุสาวรีย์ทหารอาสาจากหน่วยรบกองพลที่ 93 ซึ่งมาช่วยรบในพื้นที่เขาค้อ และเสียชีวิตในการสู้รบ ตั้งอยู่เลยกิโลเมตรที่ 23 ของทางหลวงหมายเลข 2196 ไปเล็กน้อย

พระตำหนักเขาค้อ 
ตั้งอยู่บนเขาย่า พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริและทรงตรวจเยี่ยมราษฎรอำเภอเขาค้อและอำเภอใกล้เคียง เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลมมีทั้งหมด 15 ห้อง รูปทรงแปลกตาไปจากพระตำหนักอื่น สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้ การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 29 ให้ไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร มีทางแยกด้านซ้ายไปพระตำหนัก ทางขึ้นเขาค้อค่อนข้างสูงชัน รถยนต์ควรมีสภาพดี และกำลังเครื่องยนต์สูง

การเดินทาง จากเพชรบูรณ์ไปเขาค้อใช้ทางหลวงหมายเลข 21 (เพชรบูรณ์-หล่มสัก) ถึงสามแยกนางั่ว ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งคือ ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 100 (บ้านแคมป์สน) เลี้ยวซ้ายเข้าเขาค้อตามทางหลวงหมายเลข 2196 อีกประมาณ 33 กิโลเมตร พาหนะที่จะขึ้นเขาค้อ ไม่ควรใช้รถบัสขนาดใหญ่ เพราะมีทางโค้งมาก ถนนค่อนข้างแคบและลาดชัน ควรใช้รถปิคอัพหรือรถตู้สภาพดี

นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถเช่ารถสองแถวได้ที่ปากทางขึ้นเขาค้อ บริเวณแคมป์สน ในราคาวันละประมาณ 800 บาท มีรถจอดคอยให้บริการตั้งต่เวลา 08.00-17.00 น.
ที่พักบนเขาค้อ ที่เขาค้อมีรีสอร์ทที่พักให้เลือกมากส่วนใหญ่ กระจายกันอยู่ในหลายตำบล ซึ่งทุกตำบลจะอยู่บนภูเขาทั้งหมด ท่านสามารถเลือกพักกับรีสอร์ทได้ตามความต้องการ โดยหากต้องการพักใกล้จุดชมทะเลหมอก ควรเลือกพักในต.เขาค้อ ส่วนโรงแรมที่พักขนาดใหญ่มักอยู่ในต.แคมป์สน เนื่องจากใกล้เส้นทางสาย 12 ซึ่งสะดวกสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ใกล้เคียง เช่นภูทับเบิก และภูหินร่องกล้า


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทุ่งดอกไม้กลางสายหมอกที่ภูหินร่องกล้า :

ช่วงฤดูแห่งการเที่ยวชม ดอกไม้บานแห่งอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามาถึงแล้ว วันนี้เราจะพาไปชมทุ่งดอกเปราะภูสีขาวบานสะพรั่ง ในบริเวณลานหินปุ่ม
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก เขตติดต่อกับอำเภอเขาค้อ ของเรานั่นเอง

ดอกเปราะภูสีขาวจำนวนมากที่ขึ้นอยู่เองตามธรรมชาติ จะบานเต็มที่ชูช่ออวดดอกสวยๆกันในฤดูฝน ประมาณเดือนกรกฎาคม จนถึงเดือนสิงหาคมนี้
หากนักท่องเที่ยวมีโอกาสได้เข้าไปเที่ยวยังภูทับเบิก สามารถขับรถต่อไปอีกสักนิด ระยะทางประมาณ 20 กม. ก็จะถึงลานหินปุ่ม ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
สามารถจอดรถบริเวณลานจอด และเดินตามเส้นทางเข้าไปชมทุ่งดอกไม้ตามเส้นทางไปลานหินปุ่ม ต่อเนื่องกับผาชูธง กันได้เลย

เส้นทางนี้มีลักษณะทางเดินเป็นวงกลม สามารถเริ่มเดินวนไปทางซ้ายก่อนก็ได้ หรือเริ่มจากทางขวาก่อนก็ได้ เพราะสุดท้ายก็จะมาบรรจบกันที่เดิม ซึ่งหากได้ไปเดินในช่วงนี้
ขอบอกว่าบรรยากาศมันดีเลิศ สวรรค์มากๆ เพราะส่วนใหญ่เส้นทางจะถูกปกคลุมด้วยสายหมอก ไม่มีแดดร้อนๆ มากวนใจ และที่สำคัญมีดอกไม้น้อยใหญ่บานสะพรั่งอยู่ 2 ข้างทาง
ไปตลอดเส้นทางเลยทีเดียว 

ความชุ่มชื้น อุดมสมบูรณ์ของผืนป่าภูหินร่องกล้า ถูกถ่ายทอดออกมาอยู่ทุกซอกทุกมุม ระหว่างทางเดิน 2 ข้างทาง บนพื้นลานหินยังอุดมไปด้วยมอส เฟิร์น
และดอกไม้เล็กๆ มากมาย เพลิดเพลินกับต้นไม้น้อยใหญ่ 2 ข้างทาง พอเริ่มเข้าสู่ลานหินปุ่ม ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นที่หินในบริเวณนี้ปูดโปนขึ้นมาจากพื้นราบ
เป็นปุ่มป่ำเต็มไปหมด กินบริเวณกว้างหลายสิบไร่ ไปจนจรดหน้าผา ซึ่งอยู่ไกลออกไปจากจุดเริ่มต้นอีกกว่า 100 เมตร ลักษณะการเกิดหินปุ่มสันนิษฐานว่า
เกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติ ทำให้หินเกิดเป็นรูปทรงประหลาดขึ้นมาในบริเวณนี้เกือบทั้งหมด

นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในอดีต ช่วงที่มีการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทางการจะใช้ลานหินปุ่ม
แห่งนี้เป็นที่สำหรับพักฟื้นคนไข้จากการสู้รบ เนื่องจากเป็นสถานที่ ที่สวยงาม อยู่ใกล้หน้าผา มีลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา

หากมาเที่ยวลานหินปุ่มในฤดูอื่น อาจเห็นแค่ความประหลาดของหินที่ปูดขึ้นมาเป็นก้อนๆ เป็นลานหินใหญ่ ท่ามกลางแดดเปรี้ยง ซึ่งค่อนข้างร้อน และดูแห้งแล้งไปซักหน่อย
แต่หากมาเที่ยวชมในฤดูฝน จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทุกที่เป็นสีเขียว สดชื่นไปหมด
อากาศบริสุทธิ์สดชื่น และมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ไฮไลต์ในช่วงนี้ก็คือ จะได้เห็นพันธุ์ไม้ต่างๆ พร้อมใจกันออกดอกชูช่อแข่งกัน  และยังได้เห็นต้นไม้เล็กๆ และพุ่มไม้ทรงต่างๆ
เกิดขึ้นเรียงราย ไล่ระดับกันอย่างสวยงาม อย่างกับมีการจัดวางแลนด์สเคปไว้อย่างตั้งใจ แต่นี่เป็นผลงานของธรรมชาติสร้างสรรค์ล้วนๆ

ท่ามกลางปุ่มหินตะปุ่ม ตะป่ำ เราจะเห็นดอกเปราะภูสีขาว ชูช่อแซมกันอยู่ทุกหนทุกแห่งบนลานหินปุ่ม ตัดกับสีเขียวเข้มของลำต้นได้อย่างโดดเด่น เป็นดอกไม้นางเอกประจำฤดูฝนของภูหินร่องกล้า

ดอกเปราะภูขาว มีลักษณะดอกคล้ายกับดอกกล้วยไม้ สีขาวสด มีเกสรสีเหลือง เป็นพืชในตระกูลเดียวกับขิง ที่จะโผล่ต้นขึ้นมาออกดอกเฉพาะในฤดูฝน ลักษณะเดียวกันกับดอกกระเจียวนั่นเอง

 

 

ซากุระเมืองไทย ภูลมโล จ เลย:

เทศกาลชมดอกซากุรเมืองไทยมีให้ชมกันเพียงปีละครั้งเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเราต้องขับรถขึ้นเหนือ ไปทางเชียงใหม่ เชียงราย หรือแม่ฮ่องสอน เพื่อไปชมดอกพญาเสือโคร่งกันอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเหน็บ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปไกลขนาดนั้นแล้ว

เราสามารถไปชมได้ใกล้กว่านั้นที่ ภูลมโล บ้านกกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

เห็นที่ตั้งอยู่ในจ.เลย ฟังดูเหมือนจะไกล แต่จริงๆ แล้วใกล้ภูทับเบิก-ภูหินร่องกล้าแค่นิดเดียว เดินทางต่อไปจากบ้านร่องกล้าซักประมาณ 5 กม. ด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ บนเส้นทางหฤโหดนิดหน่อย ก็เข้าถึงดอยสีชมพู ที่มีต้นพญาเสือโคร่งมากที่สุดในประเทศไทย

การไปเที่ยวภูลมโล จำเป็นต้องไปให้ถูกเวลา จึงจะได้เห็นดอกพญาเสือโคร่งบานสีชมพูเต็มดอย เพราะบานกันแค่ปีละครั้งเท่านั้น และแต่ละปีก็จะกำหนดไม่ได้ว่าจะดอกไม้จะบานเต็มที่กันเมื่อไหร่ เนื่องจากขึ้นอยู่กับอากาศหนาวที่มาเยือนในแต่ละปีนั่นเอง อาจต้องติดตามข่าวสารในแต่ละปีว่าควรไปเที่ยวในช่วงเวลาไหน

โดยทั่วไปแล้วดอกพญาเสือโคร่งจะบานประมาณช่วงปีใหม่ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเริ่มบานทีละน้อยๆ จนถึงบานเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ และดอกจะทะยอยร่วง กินระยะเวลาประมาณ 1 เดือนเศษ

การเดินทางไปยังภูลมโล สามารถใช้รถส่วนตัวเดินทางได้ตามปกติโดยขึ้นได้ทางภูทับเบิก (หล่มเก่า) หรือขึ้นทางภูหินร่องกล้า (นครไทย) แล้วต่อไปยังหมู่บ้านร่องกล้า จากนั้นใช้รถบริการจากชุมชนต่อไปยังภูลมโล ซึ่งจะพาเดินทางผ่านทางลูกรัง ขรุขระ ไปจนถึงภูลมโล ซึ่งมีเนื้อที่ปลูกต้นพญาเสือโคร่งมากกว่า 1,200 ไร่ เป็นพื้นที่ร่อยต่อระหว่าง 3 จังหวัด คือจังหวัดเลย จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเพชรบูรณ์ ติดตามรายละเอียดได้จากเฟซบุ๊ค ของชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยชุมชนกกสะทอน www.facebook.com/pages/ภูลมโล-ซากุระเมืองไทย/183878428418547
ขอบคุณรูปสวยๆ  จากคุณ Apichart Khobjai

 

 

 

 

แมงกะพรุนน้ำจืด:

ได้เวลาตามหา "แมงกะพรุนน้ำจืด" กันแล้ว สัญญลักษณ์ประจำฤดูร้อนของเขาค้อ คือการที่แมงกะพรุนน้ำจืดตัวเล็กๆ กระดื๊บขึ้นมาแหวกว่าย ท้าทายนักท่องเที่ยวให้มาร่วมค้นหาความลึกลับแห่งผืนป่าหนองแม่นาในเทศกาลพายเรือเที่ยวป่า ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด  ประจำฤดูร้อนปีนี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2558 ณ แก่งบางระจัน ต.หนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

กิจกรรม : พายเรือล่องลำน้ำเข็ก เริมต้นจากแก่งบางระจัน เพลิดเพลินกับกิจกรรมให้อาหารปลา ค้นหาตำนานหอยก้นตัด สัมผัสดงผีเสื้อ ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืดแห่งเดียวในประเทศไทย

สอบถามข้อมูล : กลุ่มชุมชนคนรักษ์ป่าหนองแม่นา โทร. 08 1046 2166 08 7432 1714  
                                       ททท. สำนักงานพิษณุโลก Tel. 0 5525 2742-3, 0 5525 9907


กิจกรรมพายเรือชมแมงกะพรุนน้ำจืด เป็นกิจกรรมเฉพาะฤดูกาล ที่สามารถหาชมได้บนเขาค้อเพียง 3 เดือนในฤดูร้อนเท่านั้น คือเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำในลำน้ำเข็ก มีการไหลเวียนน้อย เปิดโอกาสให้แมงกะพรุนน้ำจืดตัวน้อยเท่าเหรียญสิบนับเป็นพันๆ ตัว ได้กระดื้บ แหวกว่าย อวดสายตาผู้มาเยือน
นอกจากนี้ยังได้ชมเหล่าผีเสื้อนานาพันธุ์ และพันธุ์ไม้แปลกตาริม 2 ฝั่งลำน้ำ

ถือว่าเป็นกิจกรรมที่พิเศษสุดๆ ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งไม่ได้ร้อนมากมายนักสำหรับที่สูงบนภูเขาอย่างเขาค้อ การพายเรือล่องลำน้ำเข็ก ช่วงบ้านหนองแม่นา
น่าจะทำให้เกิดความประทับใจกับเขาค้อมากขึ้น เพราะนอกจากแมงกะพรุนน้ำจืด ที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลกแล้ว ยังเพลิดเพลินกับการล่องเรือชมความสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติ
โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยใดๆ เพราะชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ชำนาญการในพื้นที่ เป็นผู้อาสาพายเรือ และเป็นไกด์แนะนำเรื่องราวต่างๆ ได้ตลอดเส้นทาง พร้อมกับเสื้อชูชีพ ป้องกันอุบัติเหตุด้วย